กระแสเรียก ซิสเตอร์วิมล สุทธปรีดา OSU.

ผีมา… ผีมา!!! วงเด็ก ๆ ในเครือญาติชายหญิงวิ่งหนีกันหมด นิทานเรื่อวนี้เกิดขึ้นเมื่อข้าพเจ้าอายุ 4 ปี เป็นเด็กอายุน้อยที่สุดในกลุ่มครอบครัวพุทธศาสนา ข้าพเจ้าไม่ได้วิ่งแต่ยืนคอยดูว่า “ผีอะไร” เมื่อเห็นชัดแล้วจึงเดินไปถามคุณแม่ว่าเป็นใคร ท่านตอบว่า “มาแมร์ เป็นแม่ชีฝรั่ง เป็นครูสอนที่โรงเรียนเรยีนา ใจดีและรักเด็ก ๆ มาก นี่ไง ใจดี รักเด็ก เป็นครู เป็นคำตอบที่ซึมซับฝังลึก ๆ ที่หัวใจเสียแล้วไม่เคยลืม

เมื่อ 90 ปีก่อน การส่งลูกสาวไปเรียนนั้นไม่เป็นที่นิยมชมชอบกัน เรา 3 คนพี่น้องถูกส่งเข้าเรียนที่โรงเรียนดาราวิทยาลัย ทางโรงเรียนเขาก็มีนโยบายส่งเสริมการศึกษาเด็กผู้หญิงโดยเฉพาะ นักเรียนที่เป็นพี่น้องพ่อแม่เดียวกัน 3 คน จะไม่คิดค่าเรียนคนที่ 3 เรียนฟรีไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียน พี่สาวเรียนอยู่มัธยมแล้ว ข้าพเจ้าเรียน ป.1 จนจะขึ้น ป.2 ก็เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 มีทหารญี่ปุ่นอยู่เต็มเชียงใหม่อยู่ในวัดทั่วไปหมด ต่อมามีเครื่องบินของอเมริกามาทิ้งระเบิดถล่ม เสียงลูกระเบิดหล่นแหวกสายลมสู่บริเวณสถานีรถไฟเชียงใหม่ได้ยินแล้วเสียวหัวใจยิ่งนัก มีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมากมาย แรงระเบิดเป็นวงกว้าง ไฟลุกไหม้ใหญ่หลวง ท้องฟ้าเป็นสีแดง ความสะเทือนรุนแรงข้ามฝั่งแม่น้ำปิงไปทางตะวันตกเชิงดอยสุเทพ บ้านเราอยู่ฝั่งตะวันตก อยู่ในหลุมหลบภัย น่ากลัวว่าบ้านจะพังทับเราตาย จากเวลานั้นเราต้องย้ายบ้านอพยพออกไปอยู่นอกเมืองไกลๆ หลายแห่ง จำได้แห่งสุดท้ายที่ครอบครัวไปทำกระต๊อบเล็กๆ อยู่ที่บ้านเจ้าราชภาคินัย ณ เชียงใหม่ เพื่อความปลอดภัยจากขโมยปล้นทั่วไป ข้าวยากหมากแพงทุกแห่งหน คนขี่จักรยานก็ถูกตีหัวสลบและเอาจักรยานไปเสียก็เกิดขึ้นบ่อย ๆ

ในที่สุดเมื่อระเบิดปรมาณูลูกแรกของโลกลงที่ฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่น เป็นจุดจบของสงครามโลกครั้งที่ 2 เครื่องบินขึ้นโปรยใบปลิวแจกทั่วเชียงใหม่ว่าญี่ปุ่นยอมแพ้ สงครามโลกจบแล้ว พร้อมกันนั้นก็มีฝนตกโปรย ๆ แต่นายทหารญี่ปุ่นใจเด็ด “ทำฮาราคิรี” ตายในวัดต่าง ๆ กันมาก

เมื่อสงบแล้วโรงเรียนก็เริ่มเปิดรับนักเรียน เราก็กลับมาอยู่บ้านกัน แต่เศรษฐกิจแย่มาก มีไม่กี่โรงเรียนใหญ่ ๆ เช่น โรงเรียนของรัฐบาล ยุพราชวิทยาลัย (ร.ร.ชาย) วัฒโนทัยพายัพ (ร.ร.หญิง) ปริ้นส์รอยลย์ (ร.ร.ชาย) ดาราวิทยาลัย (ร.ร.หญิง) เรยีนาเชลีวิทยาลัย (ร.ร.หญิง) มงฟอร์ตวิทยาลัย (ร.ร.ชาย) และโรงเรียน คำเที่ยงอนุสรณ์ของตระกูลชุติมา

ในจำนวนโรงเรียนเหล่านี้ เรยีนาและมงฟอร์ตค่าเล่าเรียนแพงกว่าโรงเรียนอื่น ๆ แพงมาก ปีหนึ่งมี 3 เทอม ค่าเล่าเรียนของเรยีนา 1 ปี ไปเรียนโรงเรียนอื่นได้ 3 ปี ข้าพเจ้าถูกส่งเข้าเรียนที่เรยีนา พี่ ๆ โตกันแล้วไม่เรียนต่อ วันแรกเข้าเรียนทุกวิชาต้องจดจากบนกระดาน ใช้ปากกาคอแร้งจิ้มน้ำหมึกควิ้งเขียนไม่มีปากกาหมึกซึม มีมาแมร์ประจำชั้นด้วย เป็นฝรั่งทั้งหมด ดีใจที่สุดที่ได้มาแมร์ มารี เบอร์นาแด๊ทเป็นมาแมร์ประจำชั้น ก็คือ มาแมร์ที่เคยเห็น (ผีมา) ตอนเด็กนั่นแหละ ท่านใจดี รักเด็ก สอนการฝีมือ วาดเขียน ท่านบอกว่า อย่าใช้สีแดงกับสีม่วงด้วยกัน เพราะสองสีนี้กัดกัน และสอนภาษาอังกฤษด้วย การฝีมือท่านจะแจกให้ทำในชั่วโมงเรียนเท่านั้น ไม่ให้เอากลับบ้าน ท่านเตรียมการฝีมือให้ทุกคน 1 ชิ้นทำตลอดปี เรยีนาจะมีมาแมร์อยู่กับเด็กตลอดเวลาเรียน เล่น กินข้าว เดินเข้าห้องเรียน แถวต้องตรง เดินบนหินอ่อนปูพื้นได้ใน 2 ช่อง ทุกเช้าเมื่อมาถึงโรงเรียนต้องไปบอก Good morning Mother พร้อมกับถอนสายบัวเสมอ 8.00 น.เข้าแถว เคารพธงชาติที่ลานแดง ปัจจุบันทั้งโรงเรียนมีนักเรียนแค่นั้นตั้งแต่อนุบาลถึง ม.6 จะมีมาแมร์ท่านหนึ่งตีระฆังที่เดินขึ้นห้องเรียนเงียบ ๆ ก่อนจะเดินเลี้ยวขึ้นบันไดชั้น 2 มีมาแมร์อีกหนึ่งท่านยืนอยู่ก่อนเดินผ่านต้องก้มศีรษะแล้วจึงผ่านท่านไปขึ้นบันไดเข้าห้องเรียน

ข้าพเจ้าได้รับเงินค่าขนมวันละ 1 บาท ในชั่วโมงแรกที่เรียนภาษาอังกฤษ มาแมร์จะมีกระป๋องนมเดินไปตามทุกโต๊ะในขณะที่เราเขียนภาษาอังกฤษ ใครอยากช่วยคนจนก็หยอดเหรียญใส่กระป๋องนั้น ไม่บังคับตามแต่นึกอยากช่วยคนจน นี่คือการสอนให้เสียสละ รู้จักแบ่งปันแก่ผู้ด้อยโอกาส ข้าพเจ้าจึงเตรียมหยอดทุกวัน วันละ 1 สลึง อีก 1 สลึงซื้อขนมทาน 10 โมงตอนเลิกพัก ตอนเที่ยงก็ทานอาหารปิ่นโตที่นำมาจากบ้าน จะมีตู้เก็บอาหารและน้ำใบใหญ่ ๆ ที่ลานแดง อีก 2 สลึงหยอดกระปุกออมสินเพื่อเก็บไว้ซื้อของขวัญคริสตมาสให้มาแมร์เป็นส่วนตัว เพราะแม่บอกว่า ถ้าแม่ให้เงินซื้อของขวัญ บุญกุศลก็จะเป็นของแม่ อยากได้บุญก็เก็บจากค่าขนมประจำวันเอง

พื้นฐานในชีวิตครอบครัวเป็นเรื่องสำคัญยิ่งในชีวิต ลูกก็ได้แบบอย่างที่ดีของพ่อแม่ พื้นฐานชีวิต ความรัก ความอบอุ่น การอบรมบ่มเพาะนิสัย ศีลธรรม ความซื่อสัตย์ กตัญญูกตเวที เป็นเรื่องใหญ่ รวมทั้งมารยาทไทย ตอนอายุ 12 เริ่มคิดในใจแล้วว่าจะเอาชีวิตแบบไหน จึงแอบบอกกับพ่อว่า โตขึ้นขอเป็นมาแมร์ ท่านยกมือซ้ายไว้ใต้คางพูดว่า ชีวิตของท่านมาได้ถึงแค่นี้ ถ้าจะเป็นมาแมร์ชีวิตก็จะไปได้สูง ท่านยกมือขวาเหนือศีรษะ พร้อมกับพูดว่า เคยเห็นบางคนเป็นพุทธแล้วเป็นคริสต์ กลับไปกลับมา ไม่เอาจริง อย่างนี้บาปนะ เป็นแล้วก็ต้องเป็นตลอดชีวิต เล่นกับพระเจ้าไม่ได้นะ แต่การที่จะเอาลูกที่ไม่แข็งแรงมอบให้มาแมร์นั้นผิดต่อความยุติธรรม ต้องการเป็นมาแมร์จริงๆ ก็ต้องรับประทานอาหารเช้าทุกวัน ไข่ไก่ลวก 2 ฟอง นมหนึ่งแก้ว ข้าพเจ้าตอบตกลง และก็ปฏิบัติมาตลอด ไม่กล้าบอกกับแม่เพราะกลัวท่านเสียใจ และขออนุญาตเรียนคำสอนพิเศษร่วมกับนักเรียนคาทอลิกหลังเลิกเรียนก่อนกลับบ้านทุกวัน นี่คือจุดเริ่มต้นของชีวิต

thThai