ชีวิตของนักบุญอัญจลา เมริชี กับคณะอุร์สุลิน

ชีวิตของนักบุญอัญจลา เมริชี กับคณะอุร์สุลิน

“พันธกิจที่เราทำ เป็นสิ่งที่ช่วยกำหนดชีวิตจิตใจของเราแต่ละคน ”

       นักบุญอัญจลา มีความสัมพันธ์กับ พระเจ้า ตัวเอง คนรอบข้าง และกับสิ่งสร้าง ท่านฝากทุกสิ่งในครอบครัวให้กับพระเจ้า ท่านชื่นชอบนักบุญที่เป็นพรหมจรรย์และมรณสักขี ปรารถนาที่จะแสดงความรักต่อพระเจ้า เหมือนนักบุญพรหมจรรย์ที่เป็นมรณสักขี มีความปรารถนาเดียวที่มั่นคง เข้มแข็ง อยากเป็นของพระแต่ผู้เดียว เธอมีความทุกข์มากเมื่ออายุ 18 พี่สาวของท่านเสียชีวิต วันหนึ่ง เธอเห็นนิมิตเกี่ยวกับพี่สาว ทำให้เธอสบายใจว่าพี่ได้อยู่ในสวรรค์แล้ว

   อัญจลาเชื่อว่าพระเจ้า รักเธอ และมีความไว้ใจว่า สิ่งที่พบในนิมิตและสิ่งที่พระเจ้าบอกเธอในวันนั้นจะเป็นจริง เธอมีความเชื่อในความรัก ความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า อัญจลายอมรับว่าตัวเองมีความอ่อนแอ และเป็นคนมีบาป แต่เชื่อและไว้ใจในความเมตตากรุณา เธอรักพระเจ้าสิ้นสุดจิตใจ และอยู่กับพระเจ้าทุกเวลา ในความทุกข์ ความมืดมน ทั้งยังพร้อมที่จะทำให้ตนเองบรรเทาใจจากความเป็นหนึ่งเดียวกับพระบิดาและพระจิต นอกจากนี้เธอยังเข้าใจว่า ทำไมพระเจ้าจึงสร้างตนเองและสิ่งสร้างทุกสิ่ง เพื่ออยู่ร่วมเป็นหนึ่งเดียวกัน และอยู่เป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้า

       เมื่ออายุมากขึ้น ชีวิตและจิตใจก็พัฒนามากขึ้น เธอดำเนินชีวิตแสวงบุญจาริกเดินทางไปทีละก้าว ทีละก้าว อัญจลาออกไปหาคนทุกระดับ ไม่ว่าจะรวยหรือยากจน และตลอดเวลาเธอคอยเฝ้าดูสังเกตเครื่องหมายของกาลเวลา ซึ่งคือเสียงของพระจิตที่จะให้เธอทำอะไรในแต่ละเวลา อัญจลาเดินทางตลอดชีวิตเพื่อแสวงหาสิ่งนี้สิ่งเดียว จากภาพนิมิตที่เธอได้รับ เธอจึงเป็นเชื้อแป้งที่จะเปลี่ยนสังคมช่วยให้ความฝันของพระเจ้าได้สำเร็จไป

      หน้าที่ของอัญจลา คือ เชื้อเชิญ สตรีผู้มีความรัก ความสัมพันธ์กับพระเจ้า เช่นเดียวกับเธอ เพื่อสตรีเหล่านั้นจะได้ถวาย ชีวิตทั้งหมดให้แก่พระเจ้าตามการดลใจของพระจิต หน้าที่นี้จึงเป็นงานสร้างอาณาจักรของพระเจ้า ซึ่งจะต้องทำในทุกยุคทุกสมัย

       กระนั้นก็ตาม อัญจลา ต้องคอย 40 ปี ก่อนจะทำสิ่งที่ต้องการทำ เธอโน้มน้าวใจกลุ่มสตรีให้เข้าใจ และร่วมวิธีใหม่ในการดำเนินชีวิต ซึ่งพระศาสนจักรสมัยนั้นไม่เห็นด้วย สังคมสมัยนั้นก็ไม่เห็นด้วย แต่เป็นสิ่งใหม่ที่เธอต้องทำตามพระดลใจของพระจิต

     อัญจลาจะต้องเดินทางต่อไป เพื่อให้สตรีที่มาร่วมชีวิตได้ดำเนินการเดินทางในชีวิตของอัญจลา เป็นการเดินทางจากภายในจิตใจ การพิศเพ่ง การคอยฟังตลอดเวลา และการลงลึกในความสัมพันธ์กับพระเจ้า

      ที่เมืองเบรสเชีย เมื่อเกิดสงครามล้างผลาญทั้งในเมืองและชนบท ศาสนาและสังคมได้รับความเสียหายมาก ในสมัยนั้นขาดผู้นำที่ดี อัญจลาอยู่ใกล้ชิดความเจ็บปวดของประชาชน และทุกคนที่อยู่รอบตัวเธอ ยังมีเยาวชนที่มีการศึกษา และเอาจริงเอาจังกับชีวิตกำลังแสวงหาความหมายของชีวิตอย่างจริงจัง บุคคลรอบข้างเธอมาขอคำแนะนำจากอัญจลาให้ตนได้ทำอะไรเพื่อพระเจ้า เป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไขของพระเจ้า และให้ทุกคนมีความสัมพันธ์เช่นเดียวกับเธอ

       อัญจลาไว้ใจพระเจ้า เพราะอัญจลาสัตย์ซื่อเสมอ และพระเจ้าจัดหนทางอย่างน่าพิศวงให้กับชีวิตมนุษย์เสมอ เธอชอบภาวนาอยู่แทบพระยุคลบาทของพระเยซูเจ้า เพื่อจะขอความสว่างและคำนึงถึงอะไรใหม่ๆที่จะทำเพื่อจะได้ดำเนินชีวิตใหม่ สำหรับอัญจลา ไม่มีพันธกิจอะไรที่พิเศษสำหรับคณะ มีแค่ขอให้ทำตามพระวรสาร พลังของพระวารสารเรียกร้องให้ออกไปหาคนอื่น รับใช้ ช่วยเหลือคนอื่น

     สำหรับอุร์สุลิน คำพูดจึงไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด แต่เป็นท่าทีในการปฏิบัติที่สำคัญที่สุด ในการรับใช้ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดจะต้องมีความชื่นชมยินดีในการรับใช้ และรับใช้ทุกคนที่เข้ามา เพราะเป็นการแสดงความรักของพระเจ้าต่อแต่ละคน แสดงความรัก ความเคารพ ต่อทุกคนที่เรารับใช้ และอุร์สุลินไม่คิดว่า ภารกิจของเราเป็นภาระเพราะการรับใช้เป็นสิทธิพิเศษ ที่เราจะรับใช้ด้วยความยินดีอย่างแท้จริง และการรักคนอื่นด้วยใจอ่อนโยน เป็นหน้าที่ของเราแต่ละคน

       การพัฒนาตนของนักบุญอัญจลา เป็นการพัฒนาในความรัก เชื้อเชิญให้ทำอะไรให้พระเจ้า เป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไข และปรารถนาให้ทุกคนมีความสัมพันธ์กับพระเช่นเดียวกับชีวิตเธอ